แมวมอง

5 Jan 2009 In: Me Live

เมื่อวานซืนขณะกำลังลัลล้ากับวันหยุดที่เหลืออีกนิดหน่อย มีแมวมองเข้ามาทักทาย…

มองซ้ายมองขวา เอ๊ะมีเราอยู่คนเดียวนี่หว่า แสดงว่ามันต้องมองเราแน่นอน

อุเหม่ อุตส่าห์ล้างมือจากวงการบันเทิงมานานแล้วนะ…

พูดถึงเรื่องวงการ ผมเคยแสดงโฆษณา 7/11 สมัยเป็นเด็กเกรียน พอดีเพื่อนมี connection กับผู้กำกับต๊อกต๋อยซักคนนี่แหละ เลยชวนฝูงเกรียนไปเล่นเป็นตัวประกอบกัน

บทก็ไม่มีอะไรมาก แบกปืน (ปลอม) แล้วยืนเรียงแถวหน้ากระดาน แล้วในฉากต้องมีฝนตก ประมาณว่าทหารกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน แล้วนางเอกก็มาพูดอะไรกับพระเอกเนี่ยแหละ สั้นๆ เป็น sport ไม่ถึงนาที

แต่ไอ้ห่า(น)พระเอกแม่งจำบทพูดไม่ได้…

ล่อไปหลายเทคสิครับพี่น้อง สปริงเกอร์ก็สาดเอาๆ ผมยืนอยู่ปลายแถวเนื่องจากสูงจัด เตี้ยแม่งสุดในกลุ่ม

จำได้ว่าถ่ายเสร็จ ไข้หวัดรับประทาน เอาค่าตัวเนี่ยแหละครับไปซื้อยากิน T-T

แหม ให้ผมเล่นก็เทคเดียวผ่านแล้วครับพี่น้อง :P

กลับมาเรื่องแมวมองต่อ พอผมรู้แน่ละว่ามันเอาแน่ ผมเลยทำใจดีสู้เสือเข้าไปทักทาย

จับไม้จับมือกันนิดหน่อย…

แต่…

พูดกับมันไม่รู้เรื่องอ่ะครับ

มันเอาแต่ร้อง

เมี้ยวๆ

แมวมองจริงๆนะ

หง่าว

ปล. แมวข้างบ้านครับ ชอบมาแอบมองตอนกลางคืน เมื่อวานเห็นมันร้องทักเลยเข้าไปจับมือ ถามว่าจะเอาอะไรก็ไม่บอก หยิ่งจริงๆ

ปล. 2. หมดช่วง long weekend ซะละ enjoy working/studying นะครับ

Goodbye 2008, Welcome 2009

31 Dec 2008 In: Me Live

เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี(แห่งชาติ) วันนี้เต้ยแอนเดอะแก๊งเลยพากันไปหาอะไรกินข้างนอกบ้านกัน

ตอนประมาณ 4 โมงเย็นอีผ่อบ่นหิวๆขึ้นมา อีแหม่เลยจะเอาผลไม้ให้กิน แต่อีลูกปรามไว้ แล้วบอกว่า

“ไปหาอะไรแพงๆกระแทกปากกัน”

แล้วเราก็จับรถบึ่งไปมาบุญครอง กะไว้ว่าจะไปกินซิสเลอร์ แต่พอไปถึงเห็นคนยึบยั่บเลยต้องเปลี่ยนแผนไปกินเอ็มเค (เหมือนเดิม -_-’)

แต่คราวนี้แปลกกว่าเดิม เพราะเป็นเอ็มเคโกลด์ (ไฮโซไหมล่ะ)

MK Gold@Siam Paragon

MK Gold@Siam Paragon

ดูผ้ารองสิ ไฮโซจริงๆ

ดูผ้ารองสิ ไฮโซจริงๆ

มีผ้าเย็นด้วย

มีผ้าเย็นด้วย

ชามาเป็นโถๆ

ชามาเป็นโถๆ

บรรยากาศรอบๆ

บรรยากาศรอบๆ

หมูแดงแสนนุ่ม

หมูแดงแสนนุ่ม

อีผ่อ อีแหม่

อีผ่อ อีแหม่

สรุปค่าเสียหาย พันกว่าบาท แพงกว่าปกติประมาณ 20% แลกกับความไฮโซ T-T

ปล. ดูรูปได้ที่ Flickr

ปล. 2. สวัสดีปีใหม่ครับ

ต่อจาก Graphical Keybard User Interface ตอนที่แล้ว

Ubiquity เป็น add-ons ตัวหนึ่งของ Firefox ที่เปลี่ยนบราวเซอร์ตัวเก่งของเราให้เป็น terminal ภายในอึดใจ

จาก tutorial บอกตามตรงว่า pre-built command “ไม่โดนใจ” ผมซักเท่าไหร่ - คำสั่งอย่าง email, map, wikipedia เป็นอะไรที่ไม่จำเป็นกับชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่วิธีเดิมที่ใช้อยู่ก็ง่ายดีอยู่แล้ว

แต่ที่น่าสนใจคือ มันเขียนคำสั่งเองได้ แถมง่ายโคดๆ

หลังจากอ่านวิธีการเขียน command แล้วก็ทดสอบด้วยการลองเขียน - โจทย์ที่ตั้งมีประมาณนี้

  • อยากดาวน์โหลด scanned manga ที่เว็บการ์ตูน
  • เว็บอย่าง stoptazmo ง่ายต่อการดาวน์โหลด - แต่จะโหลดที่ต้องเล็งจิ้มลิ้งค์ที่มีเป็นพรืด ปวดตาสุดๆ
  • ไม่มี Orbit หรือพวก download manager เพราะขี้เกียจเปิด VM Windows

หลังจากนั้นชั่วโมงนึง ก็ได้เจ้า drain-manga ออกมา วิธีการใช้มั่วๆหน่อย (ตามคนเขียน) คือพิมพ์ drain-manga ตามด้วยชื่อของการ์ตูนที่จะโหลด (ต้องตรงกับมีอยู่จริงใน stoptazmo) ใส่ from stoptazmo และเลขบอก chapter ที่ต้องการจะโหลด

drain-manga

ใครสนใจลองเอาไปทดสอบได้จาก Ubiqui-Tay ในนั้นผมจะใส่รายละเอียดชื่อการ์ตูนและ chapter ที่โหลดได้ (ใส่ไม่หมดเนื่องจากขี้เกียจ ไปดูเต็มๆได้ที่ stoptazmo)

วิธีลงไม่ยากครับ ตามวีดีโอเลย

สรุปว่าเขียน command ใน Ubiquity นั้นไม่ยาก ถ้าใครใช้ jQuery ด้วยแล้วยิ่งง่ายไปใหญ่ - อนาคตของ Ubiquity น่าจับตามองว่าจะมีลูกเล่นอะไรอีกหรือเปล่า

ปล. ผมดูด gantz มาร้อยกว่าตอนแล้วครับ ไม่มีอักษรศีลธรรมมาบังให้เสียสายตา อิอิ

เคยเขียนเกริ่นเรื่อง User Interface ไว้ตอน Ringo วันนี้มาลองเปรียบเทียบ UI ที่เราใช้กันปัจจุบันบ้างดีกว่า

Command Line Interface (CLI)

CLI เป็นรูปแบบแรกๆที่มนุษย์ใช้เพื่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เข้าใจว่าคีย์บอร์ดเป็นพัฒนาการขั้นต่อมาของพิมพ์ดีด ในเมื่องานเขียนเราใช้พิมพ์เอา ทำไมเราจะพิมพ์สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้ใช่ไหม?

รูปแบบนี้ใช้กันมาต่อเนื่องตั้งแต่ยุคเครื่อง IBM มาจน PC จนกระทั่ง apple ได้ไอเดีย (ลอก) มาจาก PARC เกิดเป็น GUI นั่นแหละ ยุคสมัยจึงเริ่มเปลี่ยนไป

สาเหตุหลักๆที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะ Mind Model ของคนเรา(ทั่วๆไป) มันไม่เข้ากับการใช้ CLI เท่าไหร่ - ชีวิตประจำวันเรา interact กับสิ่งของแบบ “สัมผัส” ไม่ใช่เขียนคำสั่งให้มันทำงาน

Graphical User Interface (GUI)

GUI เริ่มแรกคือคอนเซ็ปต์ที่ใช้พิกัด xy ของตัวเคอร์เซอร์ที่ลากไปมาบนพื้นผิว 2 มิติ ไป interact กับวัตถุที่อยู่บนพื้นผิว - เมื่อจิ้มโดนแล้วก็เกิด action ต่างกันไปแล้วแต่ประเภทของวัตถุ

ที่น่าสนใจคือ GUI เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ยุค 80 จนถึงปัจจุบัน เราก็ยังนิยมใช้กันอยู่ ถ้าเทียบกับการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆของคอมพิวเตอร์ (Hardware, Software, etc…) ถือว่าเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงช้ามากๆ จนกระทั่งเกือบจะหยุดนิ่ง

CLI vs. GUI

เมื่อมีสองค่ายขึ้นมา ก็เป็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จักจบสิ้นว่าใครดีกว่าใคร (คล้ายๆสีเหลืองแดงในบ้านเรา) ต่างฝ่ายต่างมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่ ถึงปัจจุบันคนจะนิยม GUI มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ CLI ล้มหายตายจากไปแต่อย่างใด  - ถ้าถามเฮียกูจะรู้ว่าประเด็นนี้ฮอตฮิตขนาดไหน

GUI ง่ายกับ end-user มากกว่าก็จริง แต่ถ้าจะทำอะไรที่มันซับซ้อนหน่อย หรือถึกหน่อย เช่นไล่ลบไฟล์นามสกุล .db จากทุกโฟลเดอร์ - ถ้าใช้ GUI มีหวังมือหงิก ในกรณีนี้ CLI เขียนคำสั่งบรรทัดเดียวก็เรียบร้อย

แล้วทำไมต้องเลือกล่ะ มาสมานฉันท์กันดีกว่าไหม?

Graphical Keyboard User Interface

คำๆนี้ผมยกมาจาก Alex Faaborg - UI Designer ผู้ทำUI ให้ FireFox  คอนเซ็ปต์ของ GKUI คือยังคงความง่ายของการ point and click ของ GUI ไว้ แต่ก็เปิด shortcut ให้ power user มีโอกาสสั่งด้วยคอมมานด์ไลน์ได้ตามใจ

ตัวอย่าง application ของ GKUI ที่ใช้กันแพร่หลายตอนนี้เห็นอยู่สองตัว (ใครใช้ตัวอื่นช่วยเติมตามสะดวกในคอมเม้นต์)

quicksilver

quicksilver

enso

enso

แล้วคอนเซ็ปต์นี้ก็ลามมาถึงใน browser เมื่อ Aza Raskin ผู้ผลิต Enso จับมาทำ add-on ให้ FireFoxเกิดเป็น Ubiquity ขึ้นมา

และ Firefox ก็ไม่ได้เป็นแค่ browser แต่กำลังจะพัฒนาเป็น computer agent

แล้ว Ubiquity ก็ทำให้ผมมีอะไรเล่นอีกเยอะเลย

Chaos Model

17 Dec 2008 In: Computer Science

มีนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งเสนอ Software Development Process ชื่อว่า Chaos Model - เนื้อหาย่อๆมีดังนี้

การพัฒนา software project ขึ้นมาซักโครงการ มีวิธีพัฒนาให้เลือกใช้มากมายหลายสกุล ทั้งแบบศักดินาอย่าง waterfall แบบโมเดิร์นอย่าง iterative หรือ agile ไปจนกระทั่งวัยรุ่นอย่าง extreme programming

แต่กระบวนการทั้งหลายแหล่ให้ความสนใจกับ

  • “ขั้นตอนการทำงาน” ว่าควรจัดลำดับความสำคัญทำอะไรก่อนหลัง (Design, Code, Integration, Test)
  • “ความต่อเนื่องของการทำงาน” เช่น waterfall ทำเป็นขั้นๆไป ทำให้เกิดปัญหาคอขวด พวกกระบวนการที่ตามมาหลังๆก็ปรับให้ทำงานได้ smooth ขึ้น โดยซอยขั้นตอนการทำงานให้เล็กลง พอดีคำ - ทำให้สามารถทำแบบขนานได้ (parallel) เป็นกลุ่มๆ
  • “ผลลัพธ์ของแต่ละกระบวนการทำงาน” เช่นชิ้นงาน (workproduct) ที่จะออกมาในแต่ละขั้น

กระบวนการเหล่านี้ตั้งสมมุติฐานว่าการพัฒนา software เป็น “ศาสตร์” มากกว่า “ศิลป์” ซึ่งต่างพยายามเข้ามา “ควบคุม” เพื่อลดความเสี่ยงของโครงการ

คงไม่มี project manager คนไหนอยากทำงานกับโปรแกรมเมอร์อ๊าตตัวพ่อ วันนี้ไม่มีอารมณ์ กูไม่ทำ…

[อ่ะ บอกว่าจะย่อ ยังไม่เข้าเนื้อหาเลย -_-']

Read the rest of this entry »

Author

my photo

Vashira RavipanichraQuiam

is an user interface engineer who believe in simplicity and benefit of apply human factor in software development.

More about me

He said:

reading machine learning, 4 days left

He also lives in:

Flickr PhotoStream


MCTS-.NET Framework 2.0 Web Applications